รอบรู้ 360 องศา การดูแลสุขภาพ การป้องกันและการรักษาโรค สำหรับคนวัยทำงาน

การตรวจสุขภาพที่สำคัญของวัยทำงาน

การตรวจสุขภาพที่สำคัญของวัยทำงาน

1. โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง: เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง (หวาน ดัน มัน)

จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 4  พ.ศ. 2551-2 พบว่าโรคและปัจจัยเสี่ยงของโรคระบบหัวใจและหลอดเลือดอาจมีเพียงปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัย ซึ่งโรคที่ส่งผลกระทบและคนส่วนใหญ่เป็นกันมาก ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง

  • เบาหวาน เป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อย ทำให้มีคุณภาพชีวิตลดลง เนื่องจากอาการแทรกซ้อนของอวัยวะต่างๆ เช่น โรคปลายประสาทตาเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม โรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคไต แผลที่เท้า เป็นต้น จากการวิเคราะห์พบว่า หนึ่งในสามของผู้ที่เป็นเบาหวานไม่เคยเป็นเบาหวานมาก่อน ส่วนผู้ที่เคยได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ว่าเป็นเบาหวานแต่ไม่ได้รับการรักษา มีร้อยละ 3 ของผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด ส่วนที่เหลือประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ที่เป็นเบาหวานได้รับการรักษาอยู่และร้อยละ 28.5 ของผู้ที่เป็นเบาหวานทั้งหมดมีระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ต่ำกว่า 126 มก./ดล.
  • ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงของภาระโรคอันดับที่ 5 ของชายไทย และอันดับที่ 2 ของหญิงไทย โดยทำให้เสียชีวิตประมาณปีละ 7 หมื่นราย (ร้อยละ 18) การวิเคราะห์พบว่า จำนวนผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงอยละ 60 ในชาย และ 40 ในหญิง ไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน ร้อยละ 8-9 ได้รับการวินิจฉัย แต่ไม่ได้รับการรักษา ประมาณน้อยกว่า 1 ใน 4 ของผู้ป่วยทั้งหมดได้รับการรักษา แต่ควบคุมความดันโลหิตสูงไม่ได้ตามเกณฑ์ และอีกประมาณ 1 ใน 4 ได้รับการรักษาและควบคุมความดันโลหิตได้
  • ระดับไขมันในเลือดสูงหรือผิดปกติ เป็นภาวะที่ร่างกายมีระดับไขมันในเลือดต่างไปจากเกณฑ์ที่เหมาะสม เป็นผลให้เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (atherosclerosis) และทำให้เกิดโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด (cardiovascular diseases) ตามมา การวิเคราะห์กลุ่มที่มีภาวะไขมันคอเลสเตอรอลรวมสูง (TC>=240 มก./ดล.) พบกว่า ร้อยละ 73 ไม่เคยได้รับการวินิจฉัย ร้อยละ 8 ได้รับการรักษาและสามารถควบคุมได้ สัดส่วนของคนที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยมากที่สุดในกลุ่มอายุ 15-29 ปี และลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น และระดับ HDL-C ที่ต่ำกว่าปกติคือ < 40 มก./ดล. ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง มีร้อยละ 28.6 และมีความชุกต่ำสุดในกลุ่ม 15-29 ปี

 

ดังนั้น การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดมีความสำคัญ เนื่องจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูงหรือผิดปกติ (หวาน ดัน มัน) ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการ ผู้ที่เป็นโรคกลุ่มนี้จะรู้สึกแข็งแรงสบายดี แต่หากปล่อยปละละเลยด้วยความไม่รู้นาน 5-10 ปีขึ้นไป ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ อัมพฤกษ์ อัมพาด ไตเสื่อม ตามัวตาบอด เป็นต้น จึงจำเป็นต้องมีการตรวจคัดกรองโรคกลุ่มนี้ด้วยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต และไขมันในเลือดของคนปกติทั่วไป เพื่อค้นหาโรคที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว และได้รับการดูแลรักษา รวมทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น พฤติกรรมการกิน (หวาน เค็ม มัน) การออกกำลังกายและความเครียด เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว ซึ่งในคนปกติทั่วไปหรือไม่ได้เป็นโรค ควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด และความดันโลหิต ดังนี้

  • อายุ 18 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจวัดความดันโลหิต อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  • อายุ 20 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจระดับไขมันในเลือด ทุก 5 ปี
  • อายุ 35 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ทุก 3 ปี และเมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทุกปี


    Pages: 1
  • 2